วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557

Giggsy A player A coach A manager A LEGEND

     การปลด เดวิด มอยส์ ออกไป เมื่อวัน 22 เมษาที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวอย่างที่สุดของ แมนยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้ แต่ผมคงไม่ขอวิจารณ์อะไรกุนซือสก๊อตอีก แต่คนและสิ่งที่อยากจะพูดถึงคือ ไรอัน กิ๊กส์ และ แมนยูต่อจากนี้ต่างหาก

     ไรอัน กิ๊กส์ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาเป็นกุนซือขัดตาทัพในช่วง4นัดที่เหลือก่อนจะจบฤดูกาล แน่นอนว่าถึงกิ๊กส์จะได้รับบทบาทในทีมสต๊าฟโค้ชมาตลอดฤดูกาลแต่อำนาจการตัดสินใจ ก็ไม่เท่ากับการเป็น ผจก ทีมเองแน่นอน เชื่อว่า ผู้ชมทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะแฟนแมนยูก็คงอยากรู้ว่ากิ๊กซี่จะมีกึ๋นแค่ไหนในการทำทีมแบบเต็มๆ กิ๊กส์ได้ดึงเอาคนคุ้นเคย2คนมาร่วมงานนั่นคือ นิคกี้ บัตต์และ พอล สโคลส์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกใจแฟนแมนยูเป็นอย่างยิ่ง บัตต์นั้นก็เพิ่งจะกลับมาทำงานในฐานะโค้ชทีมสำรองเมื่อต้นฤดูกาลที่ผ่านมาซึ่งกิ๊กส์คงหวังว่า ประสบการณ์ของทั้ง2จะช่วยทำทีมได้ ส่วน สโคลส์เซอร์เฟอร์กี้เองเคยชมว่าสโคลส์เป็นคนที่สามรถตัดสินใจอะไรได้อย่างเฉียบขาด จำได้ว่า เคยมีการปรึกษากับสโคลส์เรื่องการปล่อยตัวนักเตะคนนึงของแมนยู(ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็น รุด ฟาน นิสเตอรอย) สโคลซี่ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดว่า  "มาจัดการเรื่องนี้ให้มันจบๆไป"  
     สื่อได้ลงข่าวเกี่ยวกับคำพูดแรกของกิ๊กส์กับลูกทีมซึ่งเป็นประโยคง่ายๆ แต่ก็ฟังมีพลังไม่น้อย
"ได้เวลากลับมาเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีกครั้งแล้ว"    เมื่อคิดถึงความหมายแล้ว กิ๊กส์หมายความว่าอย่างไร   หมายความว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา  มอยส์ ได้เปลี่ยนพวกเค้าเป็นทีมที่ต่างจาก แมนยูที่เป็นมาเหรอ ?   หรือ จะหมายความว่า เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงก็ได้เวลาที่จะเริ่มใหม่ ผมเองคงไม่อาจเดาได้ว่าผลงาน4นัดที่เหลือของแมนยูภายใต้การนำของพ่อมดเวลส์รายนี้จะเดินไปทางไหน
     อนาคตของนักเตะหลายคน การปลดมอยส์ทำให้เกิดคำถามถึงอนาคตของนักเตะหลายคนในทีม คนแรกเลยคือ เฟลไลนี่ ศิษย์ที่มอยส์ดึงมาจากเอฟเวอร์ตัน ซึ่งผลงานในปีนี้ของเจ้าฟูก็ไม่ดีสักเท่าไร มีบางนัดเท่านั้นที่เจ้าตัวเล่นได้ดีและก็เป็นคนแรกที่มีข่าวว่าอาจจะโดนปล่อยตัวออกจากทีม ต่างจาก ฮวน มาต้าซึ่งมอยส์เป็นคนดึงมาเช่นกัน (บ้างก็ว่าคนที่เดินเรื่องซื้อมาต้า คือ เฟอร์กี้และ กิลล์) เพราะมาต้าแสดงให้เห็นแล้วว่า เค้ากลายเป็นตัวหลักสำคัญของแมนยูเช่นเดียวกับรูนีย์  ต่อมา ทอม เคลฟเวอร์ลีย์ ทอมมีปีที่แย่มากในปีนี้ ฟอร์มตกจนถึงขนาดมีการล่ารายชื่อค้านเจ้าตัวติดทีมไปเล่นบอลโลก ซึ่งตอนนี้ก็มีข่าวว่าเจ้าตัวได้รับความสนใจจาก โรแบร์โต้ มาติเนซ กุนซือเอฟเวอร์ตัน รวมไปถึงแดนนี่ เวลเบคอีกคน
Wanted: Everton are also keen on Tom Cleverley, who only has 14 months left on his contract
ไม่รู้ว่าทอมจะยังอยู่กับแมนยูอีกมั้ยในปีหน้า

ชินจิ คากาวะ ไม่ค่อยจะได้รับโอกาสสักเท่าไรในฤดูกาลนี้ทั้งๆที่หลายครั้งเจ้าตัวแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำเกมรุกที่มีประโยชน์ต่อทีมพอนัดต่อมาเจ้าตัวก็ต้องกลับไปนั่งที่ม้านั่งสำรองอีก ปัจจุบันเจ้าตัวก็ยังคงมีข่าวกับต้นสังกัดเก่าอย่างดอร์ทมุนอยู่เรื่อยๆ แม้ว่าล่าสุดข่าวจะบอกว่าชินจิจะปฎิเสธในการย้ายกลับเยอรมันก็ตาม  อีกคนนึงที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสเท่าที่ควรคือ ชิชาริโต้ ข่าวการย้ายทีมของเจ้าถั่วน้อยนั้นแรงกว่าชินจิเสียด้วยซ้ำและดูแล้วมีความเป็นได้มากว่าถ้าฤดูกาลหน้ามอยส์ยังคงคุมทัพปิศาจแดงอยู่เจ้าถั่วน้อยคงจะย้ายออกจากทีมแน่ๆ ถ้าจำกันได้ ในเกมกับแอสตัน วิลล่า หลังจากที่ยิงได้ ท่าทางของชิชาริโต้มันแสดงถึงความอึดอัดและอัดอั้น เหมือนกับจะบอกว่า "ไงละ ฝีตีนกุ"ยังไงยังงั้น (ดูได้จากลิงค์นี้ ประตูที่4 https://www.facebook.com/photo.php?v=805507982811449&set=vb.246323125396607&type=3&theater)


และคนสุดท้ายก็คือตัวกิ๊กส์เอง การที่กิ๊กต้องรับบทกุนซือชั่วคราวนั่นก็อาจจะหมายความว่า เราจะไม่ได้เห็นกิ๊กส์ในชุดแข่งแล้วในปีนี้ อย่างไรก็ตามการติดตามผลงานของขุนพล class of 92 นั้น น่าสนใจจริงๆ

     ต่ออีกนิด ตรงส่วนนี้ผมขอแสดงความเห็นเล็กน้อยต่อมอยส์ ผมว่ามอยส์เองก็เป็นคนที่ขยัน ทุ่มเท และจริงใจ และด้วยปัจจัยหลายๆอย่างดูเหมือนว่า มอยส์คงไม่ใช่คนที่เหมาะสำหรับแมนยูในตอนนี้ ผมเองรู้สึกเห็นใจที่เห็นมอยส์ต้องออกไป ยังไงหวังว่ามอยส์จะได้รับงานใหม่และสามารถกู้ชื่อได้อีกครั้ง
สำหรับผลงานที่ประทับใจผมที่สุดในยุคมอยส์คือ การเอาชนะ โอลิมเปียกอส 3-0 หลังจากนัดแรกแพ้มา 2-0  ซึ่งจริงๆผมทำใจไว้แล้ว 80 % ว่าแมนยูจะตกรอบ

ไม่ว่าเรื่องในแคมป์จะเป็นยังไง ขอบคุณ และ โชคดี  เดวิด 


เครดิตภาพ dailymail /unomasuno.com/express.co.uk